Top
asean-thailand

ปฏิญญาของการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

ปฏิญญาของการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)

ปฏิญญาของการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

(วันที่ 14 เมษายน 2563)

 

          1. เรา ประมุขแห่งรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 โดยมีนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประธานการประชุมในฐานะประธานอาเซียน

          2. เราแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ได้ประกาศให้เป็นการระบาดใหญ่ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 รวมทั้งผลกระทบทางลบของโรคระบาดดังกล่าวต่อความเป็นอยู่อันดีของประชาชนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมระดับโลก

          3. เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตและความยากลำบากอันเกิดจากการระบาดใหญ่ระดับโลกนี้ เรายกย่องบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และบุคลากรอื่น ๆ ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในแนวหน้า

          4. ด้วยระลึกถึงถ้อยแถลงของประธานอาเซียนว่าด้วยการรับมือร่วมกันของอาเซียนต่อโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เรายืนยันความมุ่งมั่นและเจตจำนงภายใต้แนวคิดอาเซียนที่แน่นแฟ้นและตอบสนองในการร่วมมือและดำเนินการร่วมกันอย่างแน่วแน่ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ในขณะที่มุ่งบรรเทาผลกระทบทางลบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และสภาพสังคมและเศรษฐกิจของเรา

          5. เราชื่นชมมาตรการที่ครอบคลุมของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน และความพยายามที่ทันท่วงทีของสาขาสาธารณสุขอาเซียนและองค์กรรายสาขาอื่น ๆ ของอาเซียน โดยความร่วมมือกับภาคีภายนอกของอาเซียน และประชาคมระหว่างประเทศ ในการป้องกัน ตรวจสอบ ควบคุม และตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดจนจัดการกับความท้าทายที่รุนแรงและหลากหลายแง่มุมอันเกิดจากโรคดังกล่าว

          6. ด้วยตระหนักถึงความเชื่อมโยงและความเปราะบางเมื่อเผชิญกับโรคระบาดนี้ เราเน้นย้ำความสำคัญของแนวทางที่สอดคล้องกันและเกี่ยวข้องกับทุกสาขา ผู้มีส่วนได้เสีย และทุกภาคส่วน ของประชาคมอาเซียนในการยืนยันการตอบสนองของอาเซียนต่อการระบาดใหญ่นี้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

          7. เราตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญขององค์การอนามัยโลกและมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก องค์การอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและความสามารถในการรับมือร่วมกันต่อการระบาดใหญ่นี้ เราเน้นย้ำถึงคุณค่าของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศอย่างสม่ำเสมอและทันท่วงทีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและกับภาคีภายนอกของอาเซียนในการรับมือกับโรคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ

          8. เราเรียกร้องให้มีการส่งเสริมประชาคมอาเซียนที่ห่วงใยและแบ่งปันกัน โดยประเทศสมาชิกอาเซียนควรให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้

          9. เพื่อต่อยอดความพยายามที่ดำเนินอยู่ของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนและของประชาคมอาเซียน เราจึงตกลงร่วมกันที่จะ:

          (หนึ่ง) เสริมสร้างมาตรการความร่วมมือด้านสาธารณสุขให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อจำกัดการระบาดใหญ่และปกป้องประชาชน ซึ่งรวมถึงผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ตามเวลาจริงและมาตรการรับมือกับการระบาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยประเทศสมาชิกอย่างทันท่วงทีและโปร่งใส แบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการวิจัยและการพัฒนาทางระบาดวิทยา การรักษาทางคลินิก การวิจัยร่วม และการพัฒนาวัคซีนและยาต้านไวรัส เสริมสร้างขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขของประเทศสมาชิกอาเซียน ในขณะที่ปกป้องและรับประกันความปลอดภัยของบุคลากรด้านสาธารณสุข

          ในการนี้ เราชื่นชมความพยายามในการเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของภาคส่วนกลาโหมของอาเซียนในการจัดกิจกรรมแบ่งปันข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระหว่างกันและกับภาคีภายนอกทั้งทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งรวมถึงการจัดการฝึกซ้อมวางแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน (เอซีเอ็มเอ็ม) และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกลาโหมของอาเซียนในด้านเคมี ชีววิทยา และรังสีวิทยา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเสริมสร้างเครือข่ายที่เป็นมืออาชีพตามที่รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนได้เห็นพ้องร่วมกันในถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหม เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563

          - เพิ่มพูนความร่วมมือเพื่อจัดหายา เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง เครื่องมือสำหรับการวินิจฉัยโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ฯลฯ และส่งเสริมการจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับภูมิภาค รวมทั้งใช้ประโยชน์จากคลังเก็บสิ่งของของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกอาเซียนในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

          - ส่งเสริมการดำเนินการตามกฎอนามัยระหว่างประเทศขององค์การอนามัยโลก (ไอเอชอาร์) (พ.ศ. 2558) และพิจารณาจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (เอสโอพี) ของอาเซียนในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

          - เสริมสร้างความพร้อมและการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึงผ่านการจัดตั้งเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เพื่อรองรับความจำเป็นในอนาคต การเสริมสร้างขีดความสามารถของเครือข่ายด้านการรับมือกับภาวะฉุกเฉินของอาเซียนที่มีอยู่ กล่าวคือ เครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินอาเซียน (อีโอซี) ศูนย์ประเมินและสื่อสารความเสี่ยงอาเซียน ศูนย์ข้อมูลชีวภาพเสมือนอาเซียน (เอบีวีซี) และศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ (อาฮา เซ็นเตอร์) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

          (สอง) ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่อันดีของประชาชนเป็นลำดับแรกในการต่อสู้ร่วมกันของอาเซียนต่อโรคโควิด-19 และให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างเหมาะสมแก่คนชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ในประเทศสมาชิกอาเซียนหรือในประเทศที่สาม

          - ส่งเสริมการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวปฏิบัติอาเซียนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินโดยคณะทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่คนชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนในสถานการณ์วิกฤต

          (สาม) ส่งเสริมการสื่อสารสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งรวมทั้งสื่อในหลากหลายรูปแบบ โดยการรายงานข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างทันท่วงทีของนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย การให้ความกระจ่างต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และความพยายามเพื่อลดการทำลายชื่อเสียง และการเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมให้สาขาสารนิเทศของอาเซียนเพิ่มพูนความร่วมมือในการต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและข่าวปลอม ตลอดจนจัดทำแนวปฏิบัติและเวทีร่วมที่เป็นไปได้เพื่ออำนวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันอย่างทันท่วงทีในอาเซียน

          (สี่) ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการร่วมกันและประสานนโยบายในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดใหญ่ ปกป้องความเป็นอยู่อันดีของประชาชน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

          - มอบหมายให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของเราดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอาเซียนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ซึ่งรวมถึง:

          ยังคงมุ่งมั่นในการดำรงไว้ซึ่งตลาดที่เปิดกว้างต่อการค้าและการลงทุน และขยายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและกับภาคีภายนอกของอาเซียนเพื่อรับประกันความมั่นคงทางอาหาร อาทิ การใช้ประโยชน์จากองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (แอพเตอร์) และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และสินค้าที่จำเป็น

          ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมถึงผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (เอ็มเอสเอ็มอี) และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ

          - ร่วมมือกันในการรับประกันโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมสำหรับประชาชนของเรา ป้องกันความพลิกผันและความไร้เสถียรภาพทางสังคม ซึ่งเกิดจากผลกระทบทางลบของการระบาดใหญ่ สานต่อความพยายามในการออกแบบและดำเนินการตามระบบการคุ้มครองทางสังคมที่รับรู้ความเสี่ยงและพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อลดความเปราะบางของประชากรที่มีความเสี่ยง และปรับปรุงความยืดหยุ่นในภาพรวมของกลุ่มนี้

          - ส่งเสริมการจัดทำแผนฟื้นฟูภายหลังการระบาดใหญ่ เพื่อแบ่งปันการถอดถอนบทเรียน ฟื้นฟูความเชื่อมโยง การท่องเที่ยว ธุรกิจ และกิจกรรมทางสังคมที่เป็นปกติของอาเซียน และป้องกันการถดถอยทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้

          (ห้า) เน้นย้ำความสำคัญของแนวทางของอาเซียนที่ครอบคลุมและเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสาขาความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของคณะมนตรีประสานงานอาเซียน (เอซีซี) และผลงานที่ดีของคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีประสานงานอาเซียนว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (เอซีซี ดับเบิลยูจี-พีเอชอี) และองค์กรเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ของอาเซียน ตลอดจนสั่งการให้คณะมนตรีประสานงานอาเซียนว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข สนับสนุนคณะมนตรีประสานงานอาเซียน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการประสานการรับมือในภาพรวมของอาเซียนต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

          (หก) มอบหมายให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจหาแนวทาง เพื่อรักษาความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะทำให้การค้าเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อการเคลื่อนย้ายสินค้าที่จำเป็น รวมถึงยารักษาโรค อาหาร และสิ่งของที่จำเป็น เป็นไปได้อย่างราบรื่น ตลอดจนรับประกันว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของการค้าและเส้นทางการค้า ทั้งทางอากาศ บก และท่าเรือ ยังเปิดทำการ และละเว้นจากการวางข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นต่อกับการเคลื่อนย้ายยารักษาโรค อาหาร และสิ่งของที่จำเป็น โดยสอดคล้องกับสิทธิและพันธกรณีภายใต้ความตกลงขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (อาติก้า) และหลักการภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

          (เจ็ด) สนับสนุนการจัดสรรเงินที่คงเหลือของกองทุนที่มีอยู่ และส่งเสริมการสนับสนุนทางเทคนิคและทางการเงินจากหุ้นส่วนต่าง ๆ ของอาเซียน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งรวมถึงข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19

          เรามอบหมายให้คณะมนตรีประสานงานอาเซียน ซึ่งสนับสนุนโดยคณะมนตรีประสานงานอาเซียนว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กำกับดูแลความพยายามร่วมกันของอาเซียนในการรับมือกับโรคโควิด-19 และแก้ไขปัญหาความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสนอต่อผู้นำอาเซียนเพื่อให้แนวทางและสั่งการต่อไป ในการนี้ เราเรียกร้องให้องค์กรรายสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของอาเซียนร่วมมืออย่างเต็มที่และใกล้ชิดกับคณะมนตรีประสานงานอาเซียนเพื่อดำเนินการให้บรรลุตามพันธกรณีและความตกลงของผู้นำที่ระบุในปฏิญญาฉบับนี้

          เราสัญญาที่จะคงความเป็นเอกภาพและการเฝ้าระวังในการรับมือกับโรคโควิด-19 และมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก ภาคีภายนอกของอาเซียน และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อยับยั้งการระบาดใหญ่ ปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม และในขณะเดียวกัน รักษาความต่อเนื่องของการสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน การเติบโตอย่างครอบคลุม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

*********

          หมายเหตุ: ท่านสามารถอ่านปฏิญญาของการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับภาษาอังกฤษ ได้จากไฟล์ PDF ข้างบน